หลักสูตรรายวิชา

หลักสูตรรายวิชาหรือหลักสูตรเนื้อหาวิชา

หลักสูตรรายวิชาหรือหลักสูตรเนื้อหาวิชา
1. หลักสูตรกว้างหรือหลักสูตรหมวดวิชา (broad field curriculum)

ลักษณะ
เป็นรูปแบบหลักสูตรที่มีการผสมผสานความรู้ โดยรวมวิชาต่าง ๆ ที่มีเนื้อหาสาระใกล้เคียงกันมารวมกันเป็นหมวดวิชาเดียวกัน เช่น หมวดวิชาคณิตศาสตร์จะรวมวิชา เลขคณิต พีชคณิต ตรีโกณมิติ
เรขาคณิตไว้ด้วยกัน

ข้อดี
1. เนื้อหาวิชามีการประสานสัมพันธ์กันมากขึ้น เกิดการผสมผสาน
ความรู้ ทำให้ ผู้เรียนมีความรอบรู้ในแต่ละหมวดวิชากว้างขวางขึ้น
2. บริหารหลักสูตรได้คล่องตัวขึ้น เพราะมีลักษณะเป็นหมวดวิชา

ข้อเสีย
1. ไม่เกิดการผสมผสานความรู้เท่าที่ควร เนื่องจากการสอนของครู
ยังยึดวิธีสอนแบบเดิม คือแยกสอนเป็นแต่ละวิชา
2. การที่ผู้เรียนได้รับความรู้ที่กว้างขวางขึ้น อาจทำให้ขาดความรู้ที่ลึกซึ้ง
ในเนื้อหา หรือไม่มีการแม่นยำในความรู้นั้น ๆ

2. หลักสูตรสัมพันธ์วิชา หรือหลักสูตรแบบสหสัมพันธ์
(correlated curriculum)

3. หลักสูตรแบบแกนกลาง หรือหลักสูตรแบบ
แกนร่วมกัน หรือหลักสูตรแบบแกน (core curriculum)


ลักษณะ
หลักสูตรรูปแบบนี้จัดตามปรัชญาปฏิรูปนิยม เป็นการรวบรวมเนื้อหาความรู้
และประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนเข้าด้วยกันให้มีความสัมพันธ์
และผสมผสานกัน

ข้อดี
1.เนื้อหาวิชาจะมีความสันพันธ์กันกับผู้เรียน
2.ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้
3.ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
4. ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการเข้าร่วมสังคม
5. ผู้เรียนสามารถเข้าใจ เนื้อหารายวิชาได้ง่ายเพราะมีการเรียนการสอนเป็น
“แบบหน่วย”

ข้อเสีย
1. หากครูไม่มีปฎิสัมพันธ์กับเด็กจะไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรนี้ได้
2. ใช้เวลาในการเตรียมการสอนนาน (ขึ้นอยู่กับความชำนาญผู้สอน)
3. หากเนื้อหาวิชาไม่ครอบครุมพอในหน่วยแรกที่สอน จะทำให้ผู้เรียนไม่เข้าใจ
ในหน่วยถัดไป


4. หลักสูตรแบบเอกัตบุคคล
(individualized curriculum)
ลักษณะเด่น
เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อสนองความต้องการ และความสนใจของผู้เรียนแต่
ละคน การจัดหลักสูตรแบบนี้ทำให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสามารถของ
แต่ละคนมีโอกาสเลือกได้มาก ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียนแต่ละคนมีความรับผิดชอบ

จุดดี
1. ผู้เรียนสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง
2. ให้ความสำคัญกับผู้เรียนรายบุคคล

จุดด้อย
2. ผู้เรียนที่มีความรับผิดชอบน้อยจะส่งผลให้เรียนไม่ได้เต็มที่

ลักษณะ
เนื้อหาวิชามีความสัมพันธ์กันในหมวดวิชา หรือระหว่างวิชา
โดยพยายามกำหนดเนื้อหาวิชาใดวิชาหนึ่ง
หรือหมวดวิชาใดหมวดวิชาหนึ่งตามเนื้อหาสาระ

ข้อดี
1. เนื้อหาวิชามีความสัมพันธ์สอดคล้องและผสมผสานกันดียิ่งขึ้น
ทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่เชื่อมโยงกัน
2. ครูผู้สอนได้มีโอกาสวางแผนการสอนและดำเนินการสอนร่วมกัน
ส่งผลให้เกิด จุดมุ่งหมายการเรียนรู้ที่แน่นอน

ข้อเสีย
1. การจัดเนื้อหาให้สัมพันธ์กันทำได้ยาก หากนำวิชาที่มีความสัมพันธ์
กันน้อยเข้ามาสัมพันธ์กัน อาจทำให้วิชานั้นมีเนื้อหามากเกินไป
2. หากครูผู้สอนเตรียมการสอนไม่ดีพอ หรือขาดความสัมพันธ์ซึ่งกัน
และกันจะทำให้ ผู้เรียนเกิดความสับสน


12.หลักสูตรเพื่อชีวิตและสังคม
(social process and life function Curriculum)
ลักษณะเด่น

ผู้เรียน หลักสูตรนี้ได้รับแนวความคิดมาจากนักการศึกษา จอห์น ดิวอี้
(John Dewey) โดยยึดปรัชญาพิพัฒนาการนิยม และปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยม เป็นแนวทางในการจัดหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล


ข้อดี
1. พัฒนาความคิดและช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียน
2. ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ความรู้
3. เป็นการเรียนการสอนเชิงรุกผู้เรียนมีส่วนร่วม
4. ชุมชนมีส่วนร่วม

ข้อเสีย
1.ผู้เรียนได้เรียนรู้แค่ส่วนเดียวเท่านั้น
2.องค์ความรู้บางอย่างที่เรียนขาดหายไป

ลักษณะเด่น
- เป็นจุดจบของหลักสูตรเก่า พูดง่ายๆคือความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละหมวดวิชาหมดไป

- หลายๆวิชากลืนรวมกันจนไม่รู้ว่าวิชานั้นคือวิชาอะไร

ข้อดี
1.สอนง่าย
2. ผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง
3.ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา

ข้อเสีย
1.นักเรียนระดับประถมจะทำได้ดีกว่าระดับมัธยม
2.การเรียนการสอนเป็นไปอย่างยากลำบากและครูต้องมีความที่เยอะพอสมควร
3.ใช่สื่อในการเรียนการสอนเยอะ
4. นักเรียนไม่มีความรู้ในส่วที่ลงลึกไปกว่าบทเรียน

11.หลักสูตรบูรณาการ
(Integrated Curriculum)


ลักษณะเด่น
- ไม่คำนึงถึงสังคม สังคมจะเป็นยังไงก็ไม่สนใจ
- มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ
- เนื้อหารายวิชาจะแยกเป็นวิชาชัดเจน เช่น วิชาสังคม แยกเป็น
วิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
- ถ้าทำการสอบไม่ผ่านก็ต้องเรียนซ้ำจนสอบผ่าน
- Teacher center

ข้อดี
1.ทำการเรียนการสอนง่าย
2.การประเมิณผลทำได้ง่าย เนื่องจากทำเป็นส่วนๆ
ข้อเสีย

1.หลักสูตรแคบเกินไป
2.เด็กไม่เห็นภาพรวมองค์ความรู้ ไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ได้

10.หลักสูตรรายวิชาหรือหลักสูตรเนื้อหาวิชา
(subject matter curriculum)

ลักษณะเด่น
โครงสร้างซึ่งแสดงให้เห็นถึงเกณฑ์ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่ต้องการให้ผู้เรียนมีในแต่ละระดับการศึกษาและในแต่ละชั้นเรียน ทักษะและความสามารถที่ได้รับการฝึกฝนอบรมเบื้องต้นเป็นฐานสำหรับการเพิ่มพูนทักษะ

ข้อดี
1. ง่ายต่อการจัดการเรียนรู้และการวัดผล
2. ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความไม่เสมอภาคในการศึกษา อันเนื่องมาจากความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ของที่ตั้งของโรงเรียน การจัดครูผู้สอนที่มีคุณภาพตลอดจนสื่อการเรียน

ข้อด้อย
1. การจัดทำหลักสูตรค่อนข้างยาก
2.ต้องอาศัยความชำนาญจากนักพัฒนาหลักสูตรรวมทั้งความร่วมมือของบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายฝ่าย เนื่องจากการกำหนดทักษะ ให้ได้มาตรฐานครบถ้วนมีความยุ่งยาก

9.หลักสูตรเกณฑ์ความสามารถ
(the competency – based curriculum)

ลักษณะเด่น
หลักสูตรรูปแบบนี้เน้นวิธีการมากกว่ารูปแบบ กล่าวคือหลักสูตรอาจเป็นแบบ รายวิชาหรือแบบยึดปัญหาสังคมก็ได้ แต่วิธีการเรียนรู้จะเน้นกระบวนการ ดังนั้นการจัดหลักสูตรจะมุ่งการพัฒนาทักษะของกระบวนการเรียนรู้ซึ่งมี
ความสำคัญต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีระบบ

ข้อดี
1.ผู้เรียนได้เรียนรู้ ค้นหาความรู้ ฝึกปฏิบัติด้วยตัวเอง

8.หลักสูตรกระบวนการ
ลักษณะเด่น
ยึดความสนใจของผู้เรียนเป็นตัวกำหนดเนื้อหา กิจกรรมการการเรียนการสอน
และครูไม่ต้องเตรียมการสอนล่วงหน้าเพราะครูต้องสำรวจความสนใจของผู้เรียน
ทั้งชั้นเรียนและช่วยเหลือผู้เรียนเลือกเรื่องที่น่าสนใจ

ข้อดี
1.ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง สามารถนำความรู้
ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2.สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน

จุดด้อย
1.จัดทำหลักสูตรได้ยาก เพราะต้องเปลี่ยนแปลงตามผู้เรียน
2.ถ้าครูผู้สอนไม่กระตือรือร้น หลักสูตรก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

7. หลักสูตรประสบการณ์หรือหลักสูตรแบบกิจกรรม
และประสบการณ์
ลักษณะเด่น
การจัดเนื้อหาของหลักสูตรแบบนี้ จะมีการบูรณาการเนื้อหาของวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยเน้นไปที่ประสบการณ์ หรือปัญหาสังคม ความจำเป็นของชีวิต ทักษะชีวิต การปรับตัว และประสบการณ์ตรงของผู้เรียน

จุดดี
1. มีการผสมผสานกันระหว่างการเรียนรู้กับเนื้อหา สิ่งที่เรียนมีความสัมพันธ์กับปัญหาชีวิต และความสนใจของผู้เรียน
2. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์และใช้กระบวนการแก้ปัญหา
ของตนเอง

จุดด้อย
1. การจัดหลักสูตรที่ยึดความสนใจ ของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง
2. จะไม่สามารถรับประกันได้ว่า ความต้องการของผู้เรียนจะเป็น
ไปตามที่สังคมต้องการหรือไม่ และเป็นความยุ่งยากของสถานศึกษา
ที่จะจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับผู้เรียนทุกคน

6. หลักสูตรที่เน้นผู้เรียน (child – centered curriculum) หรือหลักสูตรที่ใช้ผู้เรียนเป็นศนูย์กลาง (learner centred curriculum)

ลักษณะเด่
เป็นหลักสูตรที่ครูและนักเรียนวางแผนร่วมกันตามความเหมาะสมและความสนใจของผู้เรียน เรียกว่า สัญญาการเรียนเพื่อส่งเสริมและดึงเอาศักยภาพของผู้เรียน
ออกมาให้มากที่สุด ทำให้เกิดความยุติธรรมทางการศึกษามากขึ้น ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนการเรียนมีทางเลือกกิจกรรมการเรียนหลายด้าน

จุดดี
1. มีความยืดหยุ่นผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนการเรียน
จุดด้อย
1. เนื้อหาอาจขาดความสมบูรณ์ไปเนื่องจากการจัดการเรียนรู้มุ่งเพื่อความสนใจ
ในการปฏิบัติของผู้เรียนมากเกินไป
5. หลักสูตรแบบส่วนบุคคล
(personalized curriculum)

อ้างอิง  https://prezi.com/sco-teiwyupp/presentation/